เกี่ยวกับเรา

พระคริสตธรรมเชียงใหม่

Chiang Mai Theological Seminary (CTS)​ มีนักศึกษาทั้งเต็มเวลา และบางเวลาประมาณ 80 คน นักศึกษาพระคริสตธรรมทางไกลอีก 70 คน รวมทั้งสิ้น 150 คน พร้อมด้วยอุปกรณ์การศึกษา ห้องสมุด และคณาจารย์ที่มีคุณภาพ มีนักศึกษาที่กำลังรับใช้พระเจ้าในประเทศ โดยทำหน้าที่เป็นศิษยาภิบาล ผู้ประกาศ ผู้ก่อตั้งคริสตจักร และรับใช้ในองค์กรคริสเตียนทั่วไป และมีศิษย์เก่าที่กำลังรับใช้พระเจ้าในต่างประเทศเป็นมิชชันนารีด้วย

20

ก่อตั้งคริสตจักร 20 แห่ง

20

ส่งมิชชันนารี 20 คน

150

นักศึกษาใหม่ 150 คน

20

คริสตจักรสนับสนุน CTS ประมาณ 20 คริสตจักร

45

ทุนสำหรับใช้ในการก่อสร้างตึก 45 ล้านบาท

20

พระคริสตธรรมคริสตจักรท้องถิ่น 20 แห่ง

     พระคริสตธรรมเชียงใหม่ เริ่มต้นขึ้นจากการที่ ดร. แลรี่ ดินกินส์ มิชชันนารีคณะโอ.เอ็ม.เอฟ ได้เริ่มสอนพระคัมภีร์นอกระบบให้แก่นักศึกษาจำนวน 25 ท่านในเมืองเชียงใหม่ในปี ค.ศ. 1997 และต่อมาในปี ค.ศ. 1998 ดร. เฮ็นรี่ แมทธิว ไบรเดนธอล ได้มาร่วมรับใช้กับ ดร.แลรี่ เพื่อพัฒนาหลักสูตรการศึกษาพระคัมภีร์ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท หลังจากนั้น ได้มีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิท่านอื่นๆ เข้ามาร่วมสอน ได้แก่ อาจารย์ชุมแสง และ ดร.วรรณภา เรืองเจริญสุข ในปี ค.ศ. 1999 และ ศจ.ไมเคิล คอนเซอร์วา จากพระคริสตธรรมพะเยา ในปี ค.ศ. 2001 และในปีเดียวกันนั้นเอง พระเจ้าได้ประทานนิมิตให้แก่คณาจารย์ในการจัดตั้งสถาบันพระคริสตธรรมในระดับปริญญาโทขึ้น ในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2001 ศูนย์พระคริสตธรรมเชียงใหม่ หรือ Chiang Mai Bible Center (CBC) จึงได้เริ่มต้นขึ้น

“จงอุตส่าห์ถวายตัวท่านเองที่พระเจ้าทรงรับรองแล้วแด่พระองค์
เป็นคนงานที่ไม่อับอาย
สอนพระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง”
(2 ทธ. 2:15 )
(พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011)

      ในช่วงแรก ศูนย์พระคริสตธรรมเชียงใหม่ ใช้บ้านของ ดร.เฮ็นรี่เป็นที่ทำการเรียนการสอน มีนักศึกษารุ่นแรก 12 ท่าน ในปีที่สอง มีจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้นเป็น 18 ท่าน ในปี ค.ศ. 2002 ศูนย์พระคริสตธรรมเชียงใหม่ ได้ย้ายไปยังสถานที่ใหม่เพื่อรองรับจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น และในปีดังกล่าว ดร.ปฐมพร คงอมรสายชล ได้เข้ามาร่วมงานกับทีมคณาจารย์ หลังจากเปิดสถาบันอย่างเป็นทางการได้ 2 ปี ศูนย์พระคริสตธรรมเชียงใหม่ ได้เปลี่ยนชื่อสถาบันเป็น พระคริสตธรรมเชียงใหม่ หรือ Chiang Mai Theological Seminary (CTS) ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับการพัฒนาการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพของคณาจารย์และนักศึกษา

     ในปี ค.ศ. 2003 ศจ.ดร.ดาเนียล คิมได้เข้ามาร่วมงานกับพระคริสตธรรมเชียงใหม่ และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการต่อจาก ศจ.ไมเคิล คอนเซอร์วา ในปี ค.ศ. 2004 หลังจากนั้นอาจารย์นิพนธ์ ตรีเวียง และอาจารย์เออร์เนส อึง ได้เข้ามารับใช้ร่วมกับพระคริสตธรรมเชียงใหม่ในปี ค.ศ. 2005 ปี ค.ศ. 2005 นับเป็นก้าวสำคัญของพระคริสตธรรมเชียงใหม่ ที่ได้เปิดอบรมหลักสูตรพระคริสตธรรมเคลื่อนที่ (Mobile Seminary) ซึ่งเปิดอบรมให้แก่ผู้นำคริสตจักร เช่น มัคนายก ผู้ปกครอง รวมถึงกรรมการคริสตจักร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจในพระคัมภีร์ ประสบการณ์การรับใช้ พร้อมเสริมสร้างชีวิตคริสเตียนให้จำเริญขึ้นในทางของพระเจ้า เพื่อสร้างความมั่นใจในการรับใช้พระเจ้าอย่างเกิดผล

    ปี ค.ศ. 2011-2019 พระคริสตธรรมเชียงใหม่ได้จัดซื้อที่ดินตามเป้าหมายเพื่อสร้างเป็นศูนย์ศึกษาพระคัมภีร์แบบองค์รวม คือใช้เป็นสถานที่ประชุม สัมมนา และเป็นศูนย์กลางพันธกิจโลก การก่อสร้างอาคารในส่วนแรก ใช้เงินจากกองทุนสะสมที่มีอยู่จำนวนหนึ่ง โดยอาศัยความเชื่อและไว้วางใจในการจัดเตรียมของพระเจ้า จนกระทั่งปี ค.ศ. 2020 โดยพระคุณของพระเจ้า การก่อสร้างอาคารเรียนได้แล้วเสร็จ และได้ใช้อาคารแห่งใหม่นี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 2020 -ปัจจุบัน

     ในปัจจุบัน พระคริสตธรรมเชียงใหม่ มีนักศึกษาทั้งเต็มเวลาและบางเวลา 80 ท่าน นักศึกษาพระคริสตธรรมทางไกลอีก 70 ท่าน รวมทั้งสิ้น 150 ท่าน พร้อมด้วยอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบครัน ห้องสมุดที่ทันสมัย ให้บริการยืมหนังสือทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงทีมคณาจารย์ที่มีคุณภาพ ยิ่งไปกว่านั้น พระคริสตธรรมเชียงใหม่มีนักศึกษาและศิษย์เก่าที่กำลังรับใช้พระเจ้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นศิษยาภิบาล ผู้ประกาศ ผู้ก่อตั้งคริสตจักร รับใช้ในองค์กรคริสเตียน และเป็นมิชชันนารีในต่างประเทศอีกด้วย

“เรียนรู้พระคริสต์
เพื่อให้พระคริสต์เป็นที่รู้จัก”
(ฟีลิปปี3:10)
(พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011)

กว่า 20 ปี ของการเป็นสถาบันฝึกอบรมผู้รับใช้พระเจ้าโดยมีพระคัมภีร์เป็นศูนย์กลาง เราได้เห็นถึงพระคุณ ความรักของพระเจ้าที่ถักทอพระคริสตธรรมเชียงใหม่มาโดยตลอด และจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราที่จะกระทำตามพระมหาบัญชาของพระเจ้า ตามที่กล่าวไว้ในมัทธิว 28:19-20 ว่า “ เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค” (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011)

1. เชื่อว่าพระเจ้าองค์เดียวสูงสุด ผู้ทรงพระชนม์อยู่ ผู้ทรงเนรมิตสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก พระเจ้าทรงประกอบด้วยสามพระภาค คือ พระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทั้งสามบุคคลภาพนี้ เป็นพระเจ้าองค์เดียวควรนมัสการพระองค์แต่เพียงผู้เดียว (ปฐมกาล 1:1, มธ 4:1, มก 12:29, ยน 14:16,26)

2. เชื่อว่าพระเยซูเจ้า เป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า และทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ ทรงบังเกิดเป็นเนื้อหนัง โดยเดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ผ่านมาเรียหญิงพรหมจารี ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระโลหิตหลั่งไหลเพื่อไถ่บาปของมนุษย์ เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว ในวันที่สามก็ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายและปรากฏแก่บรรดาสาวก หลังจากสี่สิบวันก็เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระบิดา ทรงเป็นบุคคลกลางระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ และจะเสด็จมายังโลกเป็นครั้งที่ 2 เพื่อพิพากษามวลมนุษย์ (ฮบ 1:2-3, ฟป 2:5, 1คร 15:3-6, รม 8:34, 1ยน 2:1, กจ 1:11)

3. เชื่อว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงดลใจให้มนุษย์สำนึกความบาป และทำให้บังเกิดใหม่ ทรงสถิตอยู่ภายในใจผู้เชื่อ เป็นผู้ทรงโปรดประทานทั้งความสามารถต่าง ๆ ฝ่ายวิญญาณ และฤทธิ์เดชในการรับใช้พระเจ้า ในการดำเนินชีวิตประจำวัน และในการปรนนิบัติผู้อื่น (ยน.16:7, ทต 3:5)

4. เชื่อว่าพระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอนการตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตายและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใด ๆ แทงทะลุกกระทั่งจิตวิญญาณตลอดข้อกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดความมุ่งหมายในใจได้ด้วย (ทธ 3:15-17, 2ปต 1:21,ฮบ 4:12)

5. เชื่อว่ามนุษย์ เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงสร้างตามแบบพระฉายาของพระองค์ มนุษย์ทำบาปด้วยการฟังคำชักชวนของมารที่ขัดขืนคำสั่งของพระเจ้า อันเป็นเหตุให้บาปครอบงำมนุษย์ทุกคน ฉะนั้นมนุษย์ทุกคนจึงตกอยู่ในการพิพากษา (ปฐก 2:26, รม 3:23, อฟ 2:3, 2ธส 1:8-9)

6. เชื่อว่าความรอด เป็นของประทานจากพระเจ้า มนุษย์ช่วยตนเองให้รอดไม่ได้จึงต้องรับการช่วยเหลือจากพระเจ้าโดยการกลับใจใหม่และวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้า (อฟ 2:8, รม 3:24)

7. เชื่อว่าคริสตจักร เป็นชุมชนบริสุทธิ์ของพระเจ้า ประกอบด้วยทุกคนที่เป็นคริสเตียนในท้องถิ่น ต่าง ๆ ร่วมเป็นคริสตจักรสากล โดยมีพระเยซูคริสต์เป็นประมุข (อฟ 1:22-23, 2:19-22)

8. เชื่อว่าในวาระสุดท้าย ทุกคนจะเป็นขึ้นมาจากความตาย ผู้ที่เชื่อจะอยู่กับพระเจ้าในสวรรค์นิรันดร และผู้ที่ไม่เชื่อจะเข้าสู่ความทุกข์ชั่วนิรันดร์ในบึงไฟนรก พระเจ้าทรงเป็นเอกในสิ่งสารพัดทั้งปวง (กจ. 24:15, ดนล 12:2, 1ธส 4:16-17,1คร 15-28)

 

ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า โดยการอบรมฝึกฝนผู้นำ
ผ่านการศึกษาที่มีพระคัมภีร์เป็นศูนย์กลาง
เพื่อสำแดงชีวิตคริสเตียนแท้
และเพื่อรับใช้พระเจ้าได้ทั้งในประเทศ และทั่วโลก


จุดประสงค์ของพระคริสตธรรมเชียงใหม่

หลักสูตรและการอบรมฝึกฝนของพระคริสตธรรมเชียงใหม่มีจุดมุ่งหมายที่จะช่วย และเสริมสร้าง นักศึกษาในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้…

1. เรียนรู้จักพระคริสต์  โดยเรียนรู้การจำนนต่อพระเจ้าและการพึ่งพา  พระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อจะเปลี่ยนไปตามพระลักษณะพระฉายแห่งพระบุตรของพระองค์

2. เรียนรู้พระวจนะ  โดยเข้าใจเนื้อหา  และความหมายในพระวจนะด้วยการ นำความจริงนั้นมาใช้ในการ ดำเนินชีวิตประจำวัน และพัฒนาทักษะในการ ใช้คู่มือศึกษาพระวจนะ

3. เรียนรู้จัก ตนเอง  โดยการเรียนรู้ศักยภาพของประทานฝ่ายจิตวิญญาณ ของตนเอง

4. เรียนรู้จักผู้อื่น  โดยการเรียนรู้ถึงความต้องการของผู้อื่น และมนุษย์สัมพันธ์เพื่อการสื่อสารข่าวประเสริฐกับผู้อื่น

5. เรียนรู้และพัฒนาทักษะ ของตนเองในการรับใช้เพื่อจะรับใช้พระเจ้าอย่าง มีประสิทธิภาพ

สมัครเรียน

กรอกใบสมัครเรียนออนไลน์  สำหรับทุกหลักสูตร